แพ็กเกจเที่ยว “มัลดีฟ” แบบ ALL INCLUSIVE แพ็คเกจไหน ดีสุดสำหรับคุณ

FacebookTwitterGoogle PlusLineหลายคนที่อยากไปเที่ยวมัลด […]

หลายคนที่อยากไปเที่ยวมัลดีฟส์อาจจะกำลังลังเลและเลือกไม่ถูกว่าควรเลือกจองแพ็คเกจแบบไหนดีระหว่าง Half Board, Full Board หรือ All Inclusive ซึ่งจริงๆ แล้วแพ็คเกจแบบ All Inclusive คือแพ็คเกจที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างให้คุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก อาหารครบสามมื้อรวมถึงเครื่องดื่มแบบไม่อั้น เพราะฉะนั้นหลายคนที่อยากไปเที่ยวแบบสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารหรือเครื่องดื่มจึงมักเลือกแพ็คเกจแบบ All Inclusive กันมากที่สุด

แล้วแพ็คเกจ All Inclusive แพ็คเกจไหนที่เหมาะกับเรา จะเลือกแพ็คเกจของรีสอร์ทไหนดีที่ราคาเหมาะกับงบประมาณของเรา ลองมาดู 6 แพ็คเกจ All Inclusive รีสอร์ทมัลดีฟส์ยอดนิยมที่เหมาะกับคุณกันดีกว่าครับ

1. Adaaran Prestige Vadoo / Adaaran Club Rannalhi / Adaaran Select Hudhuranfushi

Adaaran คือเครือรีสอร์ทระดับ 4 และ 5 ดาว ตั้งอยู่บนเกาะเล็กไม่ไกลจากมาเล่มากนัก สามารถเดินทางได้ด้วย Speedboat เพียง 15-45 นาทีเท่านั้น ห้องพักทุกห้องออกแบบเป็นห้องพักกลางน้ำสไตล์โมเดิร์น เรียบหรู สะอาดตา ให้ความรู้สึกเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง มอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครกับความรู้สึกในการพักผ่อนกลางทะเลในห้องพักส่วนตัวรวมถึงมีสระน้ำส่วนตัวในห้องพักอีกด้วย

เริ่มที่ Adaaran Prestige Vadoo รีสอร์ท All Inclusive  5 ดาว เดินทางโดย Speedboat เพียง 15 นาที บริเวณเกาะของรีสอร์ทมีปะการังและปลาสวยงามมากมาย มีกิจกรรมสนุก ๆ ให้คุณได้เลือกสนุกหลายประเภท นอกจากนี้ห้องพักทุกห้องยังเป็นห้องพักกลางน้ำทั้งหมดแถมเด็ก ๆ ยังสามารถเข้าพักได้ รวมถึงมีอ่างน้ำร้อน (Jacuzzi) ส่วนตัวและสระแช่ตัวหลังห้องพักทุกหลังอีกด้วย นอกจากนี้คุณสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารแบบสั่งตามรายการ A La Carte ทำให้ได้ลิ้มรสชาติที่สดใหม่ แต่ต้องเผื่อเวลาในการทานอาหารนิดนึงครับเพราะเป็นรายการแบบ A La Carte แบบ Set Menu ครับ รอบๆ เกาะที่ตั้งรีสอร์ทโดยเฉพาะรีสอร์ท Adaaran Prestige Vadoo นั้นรายล้อมไปด้วยแนวประการังที่งดงามมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนจริงๆ ไม่เน้นกิจกรรมมากนัก เหมาะสำหรับการมาฮันนีมูนมาก ๆ ครับ เพราะบรรยากาศเป็นส่วนตัวและโรแมนติกจริง ๆ

อีกหนึ่งรีสอร์ทในเครือ Adaaran ที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กๆ คือ Adaaran Club Rannalhi รีสอร์ท All Inclusive 4 ดาว เดินทางโดย Speedboat เพียง 45 นาที มีห้องพักทั้งบนหาดและห้องพักกลางน้ำ เด็กสามารถพักกลางน้ำกับผู้ใหญ่ได้ พร้อม Wi-Fi ครอบคลุมทั่วรีสอร์ท รอบบริเวณเกาะมีปะการังและปลาเยอะมาก อีกทั้งยังใกล้จุดให้อาหารปลาฉลามอีกด้วย

Adaaran Prestige Ocean Villa (Adaaran Select Hudhuranfushi) อีกหนึ่งรีสอร์ท All Inclusive 5 ดาวในเครือ Adaaran เดินทางโดยเรือ Speedboat เพียง 30 นาทีจากสนามบินมาเล่ จุดเด่นของรีสอร์ทแห่งนี้คือ ห้องพักกลางน้ำที่มีการตกแต่งอย่างสวยงาม มีบริการ Wi-Fi ทุกห้องพัก สะดวกสบายครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ปะการังไม่ค่อยเยอะ คลื่นค่อนข้างแรง หญ้าทะเลค่อนข้างเยอะ แต่ก็เห็นปลาและสัตว์ทะเลอยู่บ้าง  นอกจากจะเหมาะกับการพักผ่อนและดำน้ำแล้ว รีสอร์ทนี้ยังเป็นที่นิยมของบรรดานักเล่นเซิร์ฟนานาประเทศ ที่เมื่อมามัลดีฟส์แล้วต้องมาเล่นเซิร์ฟที่รีสอร์ทนี้อีกด้วยล่ะค่ะ

สำหรับรีสอร์ทเครือ Adaaran พร้อมให้บริการด้วยทัวร์พร้อมอุปกรณ์การดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น ดำน้ำลึก และบริการสปา ราคาแพ็คเกจ All Inclusive เริ่มต้นแบบเบาๆ ที่ 30,000-40,000 บาท ยิ่งช่วงหน้า Low Season แล้ว โปรโมชั่นเพียบครับ เช่น อัพเกรดห้อง อัพเกรดมื้ออาหาร หรือมีแถมทริปดำน้ำตื้น เป็นต้น เทียบกับความสบายและบรรยากาศสงบเงียบ ใกล้ชิดธรรมชาติถือว่าเป็นเครือรีสอร์ทในมัลดีฟส์อีกแห่งที่คุ้มค่าน่าไปเยือน

2. Fiholhu Baa Atoll

ฟิโนลู บา อะทอล (Finolhu Baa Atoll) รีสอร์ทระดับ 5 ดาว รีสอร์ทเปิดใหม่สไตล์ฮิปสุดทันสมัยสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนอารมณ์จากบรรยากาศเดิมๆ ด้วย Theme ที่พักยุค 70s ตกแต่งด้วย Pop art สีพาสเทลหลากดีไซน์ เดินทางด้วย Seaplane เพียง 30 นาที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการที่พักที่ให้อารมณ์ความสนุก มีสีสันและไม่น่าเบื่อ นอกจากนี้ที่ Fiholhu แห่งนี้ยังมีการแสดงโชว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจหมุนเวียนให้รับชมกันตลอดวัน แต่จุดเด่นที่สุดของ Fiholhu ก็คือบริเวณบาบาบาร์ ซึ่งเป็นบาร์และเรสเตอรองท์ริมชายหาดที่ทอดยาวหลายกิโลเมตร บริการเครื่องดื่มและอาหารทะเลที่ทั้งสดและอร่อย อีกทั้งยังให้บรรยากาศสุดโรแมนติกแบบที่คุณจะประทับใจไม่รู้ลืม นอกจากนี้ยังอยู่ในเขตอนุรักษ์ของ ***UNESCO World Biosphere Reserve มีแนวสันทรายธรรมชาติยาวเกือบ 2 กม. เป็นรีสอร์ทที่อยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของ Manta Ray และ Whale Shark อีกด้วย แต่ด้วยความที่เป็นรีสอร์ทฮิปๆ สไตล์เรโทร ต้นไม้อาจจะไม่ค่อยเยอะทำให้ไม่ค่อยร่มรื่นเท่าไรครับ

แต่ก็เรียกได้ว่านักเดินทางท่านไหนที่กำลังมองหาความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ห้องพักสวยสไตล์ชิคและมีกลิ่นอายเรโทร Fiholhu แห่งนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุณกำลังมองหา ในราคาประมาณ 70,000 บาทครับ

3. Angsana Velavaru / Banyan Tree Vabbinfaru

อังสนา เวลาวารุ (Angsana Velavaru) เป็นรีสอร์ท 5 ดาว Luxury ตั้งอยู่บนเกาะเวลาวารุบนหมู่เกาะมัสดีฟส์ ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินมาเล่โดยเครื่องบินน้ำเพียง 35 นาที ในระหว่างนี้คุณจะได้เพลิดเพลินกับวิวของหมู่เกาะมัลดีฟส์ที่เรียกได้ว่าเป็นเกาะสวรรค์ ถือเป็นความประทับใจแรกสำหรับผู้ที่มาเยือนรีสอร์ทแห่งนี้ ห้องพักของ Angsana velavaru ให้บริการในรูปแบบของห้องพักบังกะโลกลางน้ำสไตล์พูลวิลล่า ตกแต่งอย่างสวยงามและมีความโดดเด่นคือ ห้องกลางน้ำไม่มีพื้นดิน ต้องนั่งเรือเข้าฝั่งเท่านั้นรวมถึงมีสระว่ายน้ำส่วนตัว มีพื้นตาข่ายที่ระเบียงทุกห้อง นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำส่วนกลางของรีสอร์ทตั้งอยู่กลางทะเลอีกด้วย ส่วนใครอยากมาดูปะการัง ก็ต้องบอกว่าปะการังบริเวณเกาะนั้นสวยและอุดมสมบูรณ์มาก เรียกได้ว่าใครที่อยากมีประสบการณ์การนอนกลางน้ำหรือทำกิจกรรมแบบใกล้ชิดท้องทะเล Angsana velavaru ก็เป็นอีกตัวเลือกที่คุณไม่ควรพลาด นอกจากห้องพักและสระว่ายน้ำแบบกลางน้ำแล้ว รีสอร์ทแห่งนี้ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันรวมถึงบริการรูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง ระบบความปลอดภัย และ Wi-fi ฟรี ในราคาแพ็คเกจ All Inclusive ที่ประมาณ 52,000 บาท

นอกจาก Angsana Velavaru แล้ว ยังมีรีสอร์ทบันยันทรี วาบินราฟุ (Banyan Tree Vabbinfaru) อีกหนึ่งรีสอร์ทในเครือที่เป็นที่พักยอดนิยมและมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงกิจกรรมสนุกๆ ต่างๆ ไว้รอให้บริการเช่นเดียวกัน

Banyan Tree Vabbinfaru รีสอร์ท 5 ดาว เดินทางโดย Speedboat เพียง 25 นาที เป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่มีแนวปะการังสวย เป็นแหล่งชุมนุมของปลากระเบนขนาดใหญ่ โดยจะขึ้นมาทักทายนักท่องเที่ยวที่หน้าหาดของรีสอร์ททุกวัน ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลายๆ คนชื่นชอบ แต่ก็อาจจะไม่ได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษอย่างการนอนกลางน้ำ เพราะที่ Banyan Tree          ไม่มีห้องกลางน้ำครับ

4. Centara Ras Fushi Resort & Spa / Centara Grand Island Resort & Spa

รีสอร์ทในเครือ Centara เป็นหนึ่งในรีสอร์ทยอดนิยมที่คนไทยไปเยือนมากที่สุด นั่นก็เพราะรีสอร์ทแห่งนี้มีทั้งพนักงานคนไทยและอาหารไทยให้บริการอีกทั้งราคาแพ็คเกจยังเป็นเรทราคามิตรภาพอีกด้วย

Centara Ras Fushi รีสอร์ท All Incluisve 4 ดาว เดินทางโดยเรือ Speedboat 15 นาที ห้องพักมีให้เลือกทั้งบนหาดและห้องกลางน้ำ มีอ่างน้ำ Outdoor Jacuzzi สำหรับการพักในห้อง Deluxe Spa Over Water Villa & Premium Deluxe Spa Water Villa เป็นรีสอร์ทแบรนด์ไทยที่บริการแบบมาตรฐานสากล มีห้องอาหารให้เลือกหลากหลายและรสชาติแบบไทยๆ แต่ต้องบอกก่อนว่ารีสอร์ทแห่งนี้ รับผู้เดินทางที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้นครับ

ส่วนใครที่ชอบความคึกคัก Centara Grand Island รีสอร์ท All Incluisve 5 ดาว อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคุณ สามารถเดินทางโดย Seaplane เพียง 25 นาที รอบบริเวณเกาะอุดมไปด้วยปะการังและปลาน้อยใหญ่ อีกทั้งยังมีโอกาสเห็นปลาโลมาและปลาฉลามวาฬได้ง่ายอีกด้วย มีกิจกรรมมากมายให้เลือกและรวมบริการสปาไว้ในแพ็คเกจแล้ว ด้วยความที่มีกิจกรรมมากมาย อีกทั้งยังมีปะการังสวยและสัตว์ทะเลหลายสายพันธุ์ที่คอยแวะเวียนมาให้คุณได้ชม ทำให้รีสอร์ทแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ เพราะมีห้องพักและกิจกรรมที่รองรับครอบครัว ห้องพักสำหรับครอบครัวที่แนะนำคือ Deluxe Family Water Villa น้องๆเด็กเล็กๆสามารถพักได้ 2 ท่าน และยังมีราคาพิเศษสำหรับน้องๆวัยรุ่นอีกด้วยนะครับ..เพิ่มเติมอีกนิดครับ เพื่อให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่แสนงดงาม แพ็คเกจที่พักจึงกำหนดการเข้าพักขั้นต่ำที่ 3 คืนนะครับ

แต่อย่างไรก็ตามรีสอร์ทเครือเซนทาราก็ถือเป็นรีสอร์ทเครือคุณภาพที่มีบริการครบครัน อาหารอร่อย มีพนักงานคนไทยให้บริการและยังมีราคาแพ็คเกจ All Inclusive ที่หลายคนเอื้อมถึง โดย Centara Ras Fushi แพ็คเกจเริ่มต้นประมาณ 21,000 บาท ส่วน Centara Grand Island เริ่มต้นที่ 45,000 บาท ยิ่งถ้าทำการจองล่วงหน้านานๆ ก็จะได้ราคาพิเศษมากขึ้นอีกด้วยนะครับ

5. Dusit Thani Maldives

Dusit Thani Maldives รีสอร์ทเครือดุสิตธานีสุดหรูระดับ 5 ดาว สามารถเดินทางได้ทั้ง Seaplane และ Domestic Flight  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที มีบริการเลาน์จด้วยนะครับ รีสอร์ทผสมผสานกลิ่นอายความเป็นไทยเข้ากับบรรยากาศทะเลสวยฟ้าใสของมัลดีฟส์ได้อย่างลงตัว ที่พักโดดเด่นด้วยห้องสไตล์ Beach Villa ริมชายหาดพร้อมวิวทะเลและห้องพัก Water Villa ซึ่งเป็นห้องพักกลางน้ำสำหรับคนที่อยากใกล้ชิดกับทะเลมัลดีฟส์ที่สุดเพื่อสัมผัสประสบการณ์การนอนกลางน้ำอย่างแท้จริง ห้องพักทุกห้องมีจักรยานและมี Butler ให้บริการทุกวิลล่า รวมถึงมีรถ Buggy บริการ ห้องอาหารบริการอาหารหลากสไตล์แบบนานาชาติรวมถึงอาหารไทย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกิจกรรมให้คุณได้สนุกแบบครบครัน อยู่ในเขตอนุรักษ์ของ UNESCO World Biosphere Reserve มีแนวปะการังรอบเกาะ มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ ใกล้แหล่งปลาโลมา สามารถพบเห็นจากหน้ารีสอร์ทได้ง่าย เหมาะสำหรับการมาเที่ยวแบบคู่รัก กลุ่มเพื่อนไปจนถึงการมาเที่ยวแบบครอบครัวเพราะมีมุม Kids club ไว้บริการเด็กๆ โดยเฉพาะ ในราคาแพ็คเกจเริ่มต้นที่ 60,000 บาท

และนี่ก็คือรีสอร์ทยอดนิยมในมัลดีฟส์พร้อมจุดเด่นและจุดด้อยสำหรับคนที่กำลังสนใจแพ็คเกจ All Inclusive นะครับ ต้องบอกเลยว่าแต่ละแห่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างกันออกไป ซึ่งคุณก็สามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์ความชอบของตัวเองและเพื่อนๆ หรือครอบครัวได้

และใครที่อยากไปมัลดีฟส์แบบชิลล์ๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารหรือเครื่องดื่ม เรียกได้ว่าไปนอนพักผ่อนสบายๆ แบบแทบจะไม่ต้องพกเงินไปเพิ่ม ก็ลองเลือกใช้บริการแพ็คเกจ All Inclusive ของรีสอร์ทที่เราแนะนำในวันนี้กันได้ รับรองว่ามีทุกระดับราคาให้คุณเลือกแถมแต่ละรีสอร์ทก็มีข้อดีและจุดเด่นที่เป็นไฮไลท์แตกต่างกันออกไป ให้คุณได้พักผ่อนและเก็บความประทับใจกลับบ้านแบบไม่ผิดหวังแน่นอน